fbpx
 

Hyaluronic acid ช่วยดูแลผิวได้อย่างไร?

Hyaluronic acid ช่วยดูแลผิวได้อย่างไร?

สาว ๆ อาจจะพอคุ้นหูกับคำว่า “Hyaluronic acid” กันมาบ้าง โดยเฉพาะในแวดวงความงาม เพราะเป็นหนึ่งในเคล็ดลับผิวสวยที่ใคร ๆ ต่างก็พูดถึง แต่อย่างนั้นหลายคนก็ยังคงตั้งข้อสงสัย เพราะถึงจะเคยได้ยินบ่อย ๆ ก็ยังสงสัยอยู่ดีว่า Hyaluronic acid คืออะไรกันแน่? วันนี้ DR.WU ได้เอาข้อมูลดี ๆ มาฝากกันค่ะ

Hyaluronic acid คืออะไร?

ไฮยาลูโรนิค แอซิด” (Hyaluronic acid : HA) หรือ สารไฮยารูรอน เป็นโมเลกุลน้ำตาลที่มีอยู่ในร่างกายของเราตามธรรมชาติซึ่งมีหน้าที่หลักคือการกักเก็บอุ้มน้ำให้แก่ผิวคล้ายกับฟองน้ำที่สามารถดูดซับน้ำได้มาก โดยปกติร่างกายมนุษย์จะมี กรดไฮยาลูโรนิค ประมาณ 15 กรัม และมันจะอยู่ที่ชั้นผิวหนัง 50% และอยู่ที่กระดูกอ่อนและส่วนอื่น ๆ อีก 50% โดยปกติรูปแบบธรรมชาติของ กรดไฮยาลูโรนิค สามารถละลายน้ำ กรดนี้เป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นมาได้เองด้วยการทำงานของเอนไซม์โดยจะมีอายุยืนยาวอยู่ได้ 24 วันตามสภาพร่างกายที่ปกติ แต่เมื่ออายุมากขึ้นการทำงานของกรดไฮยาลูรอนนั้นก็ลดลงและช้าลง

Hyaluronic acid ช่วยดูแลผิวได้อย่างไร?

สำหรับผิวหน้าของเรานั้น กรดตัวนี้จะถูกผลิตขึ้นมาและถูกหล่อเลี้ยงจากบริเวณผิวหนังชั้น dermis (ผิวชั้นล่าง) และกระจายไปถึผิวหนังชั้น epidermis (ผิวหนังชั้นบน) คุณสมบัติของมันก็คือ

  1. ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้บนผิว โดยปกติแล้ว ผิวหน้าของเราจะมีการผลิตกรดไฮยาลูรอนิคออกมา และถูกหล่อเลี้ยงจากผิวหน้าบริเวณชั้นล่าง กระจายขึ้นมายังผิวหนังบริเวณชั้นบน ส่งผลให้ผิวชั้นบนได้รับความชุ่มชื้นอย่างเพียงพอ ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น อิ่มเอิบ ดูอ่อนเยาว์ เปล่งปลั่ง สดใส
  2. ฟื้นฟูผิวจากอาการบาดเจ็บ กรดไฮยาลูรอนิค สามารถฟื้นฟูเซลล์ผิวหนังบริเวณใบหน้าที่มีอาการบาดเจ็บให้กลับมาสู่สภาพปกติได้เร็วกว่าถึง 80%
  3. ทำให้ผิวหน้ากระชับ เต่งตึง มีน้ำมีนวล กรดไฮยาลูรอนิคจะทำหน้าที่ช่วยลำเลียงสารอาหารที่จำเป็นต่อผิวหน้าเข้าสู่เซลล์ผิวได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในบริเวณที่ไม่ได้ต่อกับเส้นเลือดโดยตรง ส่งผลให้ผิวหน้าที่ได้รับสารอาหารเพียงพอจะมีความกระชับ เต่งตึง และมีน้ำมีนวลยิ่งขึ้น
  4. ช่วยลดริ้วรอย ทำให้ผิวหน้าอ่อนเยาว์สดใส กรดไฮยาลูรอนิคที่ร่างกายมนุษย์ผลิตได้เองนั้น จะค่อย ๆ ลดน้อยลงหลังจากอายุ 30 ขึ้นไปแล้ว แต่หากในผิวของใครยังคงมีสารชนิดนี้อยู่ สภาพผิวในส่วนดังกล่าวก็จะสวยอ่อนเยาว์ สดใส ปราศจากริ้วรอยก่อนวัยได้อย่างแน่นอน
  5. แก้ปัญหาผิวขาดความสมดุล ผิวแห้งและลอกเป็นขุย เนื่องจากไฮยาลูรอนิคนั้น มีคุณสมบัติสำคัญในการกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า จึงสามารถแก้ไขปัญหาผิวขาดความสมดุลได้เป็นอย่างดี สารชนิดนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าแห้ง ลอก เป็นขุยนั่นเอง
  6. ลดอาการอักเสบของผิวบริเวณที่ถูกทำลาย กรดไฮยาลูรอนิค มีคุณสมบัติช่วยลดอาการอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณจุดต่างๆ บนผิวหน้าได้เป็นอย่างดี เช่น อาการอักเสบที่เกิดจากสิว หรือรอยแผลต่างๆ โดยมีคุณสมบัติเร่งการฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวในส่วนที่ถูกทำลายให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมได้อย่างรวดเร็วอีกครั้ง
  7. เติมเต็มส่วนที่ขาดหายบนผิวหน้า ในบริเวณส่วนต่างๆ ของผิวหน้าที่มีร่องลึก ร่องตื้น หรือชั้นผิวที่ไม่เสมอกัน กรดไฮยาลูรอนิคจะช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวบริเวณดังกล่าวให้เด้งฟูขึ้นมาเรียบเนียนสม่ำเสมอกันได้ จึงสามารถลดริ้วรอยร่องแก้ม ใต้ตา หรือริ้วรอยบริเวณจุดต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

แล้วจะเป็นอย่างไรเมื่อผิวขาด Hyaluronic acid?
เมื่ออายุมากขึ้นการผลิตตามธรรมชาติก็จะลดลงและความสามารถในการเก็บรักษาความชุ่มชื้นก็ลดลงไปด้วย ผลที่ตามมาคือผิวสูญเสียความชุ่มชื้น ผิวแห้งขึ้น และขาดความยืดหยุ่น นำไปสู่การเกิดริ้วรอย ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ และสารพัดปัญหาผิวหน้าต่าง ๆ ก็จะตามมา

ด้วยเหตุนี้นักวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้คิดค้น “กรดไฮยาลูโรนิคสังเคราะห์” ขึ้นเพื่อนำมาทดแทน ซึ่งเป็นสารที่ได้มาจากการเพาะเลี้ยงเชื้อในห้องปฏิบัติการ โดยใช้โปรตีนจากธรรมชาติ ทำให้ได้สารไฮยาลูโรนิคที่มีสภาพใกล้เคียงกับกรดที่อยู่ในร่างกายมนุษย์มากที่สุด และยังอุ้มน้ำได้ดีเช่นกันโดยกรดไฮยาลูโรนิคสังเคราะห์ มีประสิทธิภาพมากโดยเฉพาะเรื่องการบำรุงเพื่อยืดอายุความงามของผิวพรรณ เพราะกรดไฮยาลูโรนิคสังเคราะห์มีคุณสมบัติ

  • แก้ไขปัญหาผิวที่ขาดความสมดุลผิวแห้งเป็นขุย
  • เติมความชุ่มชื้น
  • ลดการอักเสบของสิว
  • ซ่อมแซมผิวที่ถูกทำลาย
  • เร่งกระบวนการฟื้นฟูเซลล์ที่มีผลต่อการหายของแผล
  • ปกป้องผิวจากรังสี UV ที่คอยทำร้ายผิว

 

จะเห็นได้ว่าข้อดีของสารไฮยาลูรอนิคดังที่กล่าวไปข้างต้น ย่อมทำให้สาว ๆ เข้าใจความสำคัญ และกระบวนการทำงานของสารชนิดนี้กันมากยิ่งขึ้น ว่าดีอย่างไรกับผิวหน้า หลังจากนี้จะได้เกิดความเข้าใจตรงกันในการเลือกใช้ให้เหมาะสมต่อสภาพผิว เพื่อการแก้ไขปัญหาผิวหน้าได้อย่างตรงจุดมากขึ้นนั่นเองค่ะ

 

References for this information :

Fraser JR, Laurent TC, Laurent UB (1997). “Hyaluronan: its nature, distribution, functions and turnover”. J. Intern. Med. 242 (1): 27–33. doi:10.1046/j.1365-2796.1997.00170.x. PMID 9260563.

Stern, edited by Robert (2009). Hyaluronan in cancer biology (1st ed.). San Diego, CA: Academic Press/Elsevier. ISBN 978-0-12-374178-3.
Stern R (2004). “Hyaluronan catabolism: a new metabolic pathway”. Eur. J. Cell Biol. 83 (7): 317–25. doi:10.1078/0171-9335-00392. PMID 15503855.