fbpx
 

สิวอุดตันปัญหากวนใจ ที่แก้ได้ด้วยตัวเอง

สิวอุดตันปัญหากวนใจ ที่แก้ได้ด้วยตัวเอง

สิวอุดตันปัญหากวนใจบนใบหน้าของสาว ๆ เมื่อได้เป็นขึ้นมาแล้วจะหายยากมากกก อีกทั้งมันยังทิ้งรอยดำ หรือรอยแดงไว้อีกด้วย เรียกได้ว่าเมื่อเป็นแล้วจะเป็นอะไรที่น่าเบื่อ และเซงสุด ๆ บทความนี้เราจึงมีวิธีดี ๆ ที่จะทำให้สิวอุดตันหายเกลี้ยงโดยไม่ต้องบีบสิว แถมไปแล้วไปลับไม่กลับมาให้เรารำคาญใจอีกแน่นอน แต่ก่อนจะไปดูว่ามีวิธีไหนบ้างเราต้องมารู้สาเหตุกันก่อนว่าสิวอุดตันที่แสนจะน่ารำคาญนั้นมาได้อย่างไร

สาเหตุต้องรู้!! ของปัญหาสิวอุดตัน

สิวอุดตัน เกิดจากการอุดตันของเซลล์เยื่อบุผิวหนังที่ตายแล้ว ผสมเข้ากับน้ำมันบนใบหน้าที่ผลิตจากต่อมไขมันใต้ผิวหนัง โดยการอุดตันจะเริ่มจากภายในรูขุมขนใต้ผิวหนัง โดยปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดสิวอุดตันนั้น มีมากมาย อาทิ ฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเทอโรน (Testosterone) ทำงานมากเกินไป จึงกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินปกติ หรือ เกิดจากผิวสัมผัสกับสารเคมีต่าง ๆ เช่น การใช้เครื่องสำอาง รองพื้น ครีมบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของน้ำมันจึงทำให้ผิวหน้ามีความมันมากยิ่งขึ้นหรือน้ำมันต่าง ๆ จากเครื่องสำอางลงไปเพิ่มการอุดตัน ซึ่งหากล้างทำความสะอาดไม่ถูกต้องจะทำให้เกิดการอุดตันและตกค้างในรูขุมขนนั่นเอง หรือภาวะผิวหนังมีน้ำมันมากเกินไปโดยจะพบบ่อยในสตรีก่อนมีประจำเดือน รวมไปถึงการบีบ แกะสิว การขัดผิวหน้า และการลอกหน้าที่ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อผิวหน้าทำให้รู้ขุมขุนเปิดกว้างจึงทำให้สิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันรูขุมขนได้ง่าย จนเกิดการอุดตันขึ้น

ซึ่งสิวอุดตันสามารถแบ่งชนิดและลักษณะของสิวอุดตันได้ 3 ประเภทคือ

  • สิวอุดตันหัวเปิด (Open Comedone) หรือ สิวอุดตันหัวดำ เป็นสิวที่สามารถมองเห็นได้ มีลักษณะตุ่มนูนเพียงเล็กน้อยและมีจุดดำอยู่ตรงกลางของหัวสิว สามารถบีบหรือกดให้ออกมาจากใต้ผิวได้ แต่มีโอกาสทำให้เกิดการอักเสบและรอยสิวได้ภายหลัง
  • สิวอุดตันหัวปิด (Closed Comedone) หรือ สิวอุดตันไม่มีหัว เป็นสิวที่มีตุ่มนูนขึ้นมาเพียงเล็กน้อยและมีสีเดียวกับผิวหนังปกติของแต่ละคน ไม่ควรแกะหรือบีบ เพราะอาจทำให้ไขมันที่อุดตันไหลย้อนกลับเข้าไปในผิวหนัง และส่งผลให้เนื้อเยื่อเกิดความเสียหายหรือเกิดการอักเสบได้
  • สิวอุดตันที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า (Microcomedone) สิวประเภทนี้เป็นสิวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยช่วงที่เข้าสู่วัยรุ่นร่างกายจะสร้างฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ชื่อ แอนโดรเจน (Androgen) ซึ่งต่อมไขมันจะตอบสนองต่อฮอร์โมนนี้ ทำให้เกิดการหลั่งไขมันออกมามากขึ้น สิวประเภทนี้มักหายไปเองตามธรรมชาติ แต่ในกรณีที่มีความรุนแรงหรืออาการอักเสบร่วมด้วยก็จะอาจมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดเป็นสิวประเภทอื่น ๆ ตามมาได้

แม้สิวอุดตันจะเกิดในชั้นใต้ผิวหนัง แต่เมื่อเกิดเป็นก้อนใต้ผิวหนัง จะส่งผลให้ผิวภายนอกเป็นรอยนูน ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน และแม้สิวอุดตันเล็ก ๆ น้อย ๆ จะไม่ส่งผลให้มีอาการเจ็บปวด แต่หากไม่ดูแลอย่างถูกต้องอาจเกิดการติดเชื้อและกลายเป็นสิวอักเสบได้ในที่สุด หรือหากกำจัดสิวอุดตันไม่ถูกวิธี อาจทำให้กลายเป็นรอยแผลเป็นทิ้งไว้บนใบหน้าได้อีกด้วย

วันนี้ DR.WU จึงมีวิธีดี ๆ มาฝากคุณสาว ๆ กันค่ะ

  • การรักษา หรือลดสิวอุดตันโดยการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวเก่า ที่มีฤทธิ์ช่วยในการสลายการอุดตันในต่อมไขมัน หรือใช้สารสำคัญที่มีฤทธิ์เร่งการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออก เช่น กรด Mandelic สารสกัดจากเมล็ดอัลมอนด์ที่เป็นกรด AHA เพราะ AHA จะมีหน้าที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป เพื่อเผยผิวใหม่เข้ามาทดแทนและยังเป็นตัวช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ให้ความชุ่มชื่น ลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ และสิวอุดตัน โดยไม่ทำให้ผิวบอบบาง
  • รักษาความสะอาดของผิวหน้า เพราะสิวอุดตันมักเกิดจากสิ่งสกปรกที่ฝังอยู่ในรูขุมขน จนทำให้ไขมันใต้ผิวไม่ได้ระบายออกมา ก่อให้เกิดสิวอุดตัน ดังนั้น การป้องกันและลดสิวอุดตันคือการทำให้ผิวสะอาดที่สุด โดยเฉพาะการล้างหน้าให้ถูกวิธี โดยเริ่มจากการใช้คลีนซิ่งเช็ดผิวหน้าก่อน แล้วจึงตามด้วยโฟมล้างหน้า
  • เลือกใช้เครื่องสำอางและสกินแคร์ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม เพราะอาจเป็นตัวกระตุ้นให้ผิวเกิดการแพ้ และเกิดเป็นสิวอุดตันขึ้นได้
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิว หากหน้ามันมากควรใช้โทนเนอร์หลังล้างหน้า เพื่อทำความสะอาดรูขุมขนอีกครั้ง
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงความเครียด เพราะเมื่อเกิดความเครียดและร่างกายไม่แข็งแรง เนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็จะส่งผลให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้เร็วมากยิ่งขึ้น อันเป็นสาเหตุให้เกิดสิวง่ายขึ้นนั่นเองค่ะ
  • ควรควบคุมการทานอาหาร หลีกเลี่ยงของมัน ของทอด อาหารรสชาติจัดจ้าน เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายผลิตน้ำมันมากยิ่งขึ้น จึงเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตันได้ง่าย หากเลี่ยงได้จึงควรเลี่ยงค่ะ